รำไทเก็ก ฝึกพลังลมปราณ ปรับสมดุลรักษาสุขภาพ

ไทเก็ก (Taichi Chuan) เป็นศิลปะการต่อสู้ประเภทหนึ่งของจีน บางคนรู้จักในชื่อ ไทชิ (Tai Chi) ผู้ให้กำเนิดไทเก็กคือปรมาจารย์ จาง ซาน ฟง เป็นนักบวชในลัทธิเต๋าผู้ก่อตั้งสำนักบู๊ตึ๊ง สำหรับไทเก็กถูกนำใช้ในการออกกำลังกายกันในปัจจุบันอย่างแพร่หลาย สามารถพบเห็นได้ตามสวนสาธารณะ ซึ่งส่วนใหญ่จะผู้สูงวัยมาร่ายรำไทเก็กจนมีคนเข้าใจผิดว่าการรำไทเก็กเหมาะกับผู้สูงวัยเท่านั้น การรำไทเก็กเป็นการเคลื่อนไหวช้าๆ อย่างมีสมาธิ ท่ารำแต่ละท่าจะฝึกการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับการหายใจ รวมทั้งเป็นการฝึกสมาธิไปในตัวอีกด้วย ดังนั้นการรำไทเก็กจึงเหมาะกับทุกเพศทุกวัยคะ

ไทเก็ก

ไทเก็ก หรือ การฝึกพลังลมปราณ เป็นการบริหารร่างกายและทำสมาธิในเวลาเดียวกัน เพื่อนำสิ่งที่เรียกว่า “ชี่” หรือ ลมปราณไปปรับสมดุลของหยิน-หยางในร่างกายเรา เพื่อช่วยให้อวัยวะและระบบต่างๆในร่างกายทำงานได้อย่างมีดุลยภาพ มีหลักกการการเคลื่อนไหวอย่างมีจังหวะถ่วงดุลอย่างถูกต้องของน้ำหนักร่างกายและการหายใจโดยไม่ต้องออกแรง หลักการหายใจของไทเก๊กคือหายใจเข้าทำให้พุงโป่งออกและหายใจออกพุงจะยุบลงเป็นจังหวะ

การฝึกไทเก็กมีลักษณะสำคัญอยู่ 5 ประการ คือ

1. ความช้า จะช่วยพัฒนาการรับรู้
2. ความเบา จะช่ว่ยให้การเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น
3. ความสมดุล ทำให้ร่างกายอยู่ในท่วงท่าที่ไม่เกร็ง
4. ความสงบ ได้มาจากความต่อเนื่องของการเคลื่อนไหวที่มีเสมอกัน
5. ความชัดเจน คือการชำระจิตใจให้สะอาด ไม่มีความคิดอื่นเข้ามาในขณะฝึก

ประโยชน์ที่ได้จาการรำไทเก็ก นั้นที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือการมีสมาธิอันเป็นผลมากจากการการที่ท่ารำไทเก็กนั้นจะเป็นท่าที่ต่อเนื่องกันไป เราต้องมีความคิดที่เป็นระบบระเบียบ ถึงจะทำท่าได้ถูกต้องและสวยงาม ส่งผลให้เราได้ฝึกสมองของเราไปในตัวด้วยยคะ ถัดมาก็คือความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและข้อต่อ การเคลื่อนไหวอย่างช้าๆจะช่วยให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นที่ดี ข้อต่อต่างๆไม่ติดขัด ถึงแม้เราจะรำไทเก็กเป็นเวลานานๆก็ไม่ส่งผลเสียต่อข้อต่อและกล้ามเนื้อเหมือนกีฬาที่เคลื่อนที่ไวและรุนแรง นอกจากนี้ยังทำให้ระบบหมุนเวียนโลหิตทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้การหายใจราบรื่น ช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจน กระตุ้นระบบเผาผลาญต่างๆในร่างกายได้ดีเช่นเดียวกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิก และช่วยให้ผู้ที่รำไทเก็กรู้สึกผ่อนคลายความเครียดอีกด้วยคะ การหายใจแบบไทเก็กคือหายใจเข้าลึก-หายใจออกยาว ผ่านทางจมูกเป็นการบริหารกระบังลมให้ผลเหมือนการนวดตับ ช่วยชับเลือดออกจากตับ

มีงานวิจัยจำนวนมากที่สนับสนุนว่าการรำไทเก็กช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพ ปรับสภาวะจิตใจ ถึงแม้ว่าการรไทเก็กจะเป็นการออกกำลังกายที่มีความเร็วต่ำในการเคลื่อไหว ไร้แรงกระแทก นุ่มนวลแลปลอดภัย แต่มีระดับความหนักในการใช้พลังงานเทียบเท่ากับการออกกำลังกายแบบแอโรบิกในระดับปานกลาง และหากเรานำการรำไทเก็กมาเปรียบกับการออกกำลังกายนั้น เราจะพบว่าการรำไทเก็กในแต่ละรอบใช้เวลา 20-25 นาที ยิ่งใช้เวลามากขึ้นก็จะเหมือนกับการออกกำลังกายเพื่อความทนทาน (Endurance Exercise) เป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายเรา ส่วนการเคลื่อนไหวที่แผ่วเบาแต่หนักแน่น เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ก็จะเกิดการเกร็งกล้ามเนื้อในขณะเคลื่อนไหวและในขณะที่ต้องบังคับให้ร่างกายเคลื่อนไหวช้าด้วย นอกจากนั้นการเคลื่อไหวของการรำไทเก็กต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เป็นจังหวะสม่ำเสมอกันไปตลอดการรำ เท่ากับว่าการรำไทเก็กเป็นการออกกำลังกายที่มีจังหวะ (Rhythmic Exercise)

การรำไทเก็กจึงเหมาะกับทุกเพศทุกวัย ไม่กำจัดแต่ผู้สูงอายุ แต่อาจเป็นที่ชื่นชอบของผู้สูงวัย เนื่องจากเป็นการออกกำลังที่ไม่รุนแรง ไม่มีแรงกระแทก และช่วยผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน ยิ่งกว่านั้นรำไทเก็กยังเป็นการออกกำลังที่เหมาะกับผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคปอด คะ

ข้อมูลอ้างอิง
ไทเก็กสุดยอดกระบวนท่าการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ : mahosot.com
ไท๊เก๊ก : thaicam.go.th
ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพตามสมัยนิยม : healthcarethai.com

แสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ

แสดงความคิดเห็น

NO COMMENTS