เช็คร่างกาย อาการของโรคเบาหวาน

0
1389

อาการของโรคเบาหวาน คือผู้ที่มีน้ำตาล (กลูโคส) ในกระแสเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากขาดอินซูลิน (Insulin) ที่เป็นตัวพาน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ร่างกายเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงาน อินซูลินผลิตที่ตับอ่อน เมื่อไม่มีอินซูลินหรือมีปริมาณไม่เพียงพอ น้ำตาลจึงยังคงอยู่ในกระแสเลือดและเมื่อมีมากเกินกว่าไตจะกั้นไว้ได้ จึงถูกขับออกมาทางปัสสาวะ การที่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมน้ำตาลไปใช้ได้ อวัยวะต่างๆ ในร่างกายจะได้รับผลกระทบไปหมด โดยทั่วไปคนปกติจะมีระดับน้ำตาลในเลือด 70-110 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ก่อนรับประทานอาหาร และมีระดับน้ำตาลไม่เกิน 40 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หลังจากรับประทานอาหารไปแล้ว 2 ชั่วโมง

อาการของโรคเบาหวาน

อาการที่พบได้บ่อยสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

  • ปัสสาวะบ่อย เมื่อมีระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่า 180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หากไม่มีอินซูลินหรือมีแต่ไร้ประสิทธิภาพ ไตจะไม่สามารถกรองน้ำตาล (กลูโคส) กลับเข้าไปในกระแสเลือดได้ จึงพยายามดึงน้ำออกจากเลือดเพื่อเจือจางน้ำตาล ทำให้กระเพาะปัสสาวะเต็ม จึงทำให้ปัสสาวะถี่ขึ้น
  • กระหายน้ำบ่อย เนื่องจากต้องการทดแทนน้ำที่สูญเสียไปจากการปัสสาวะบ่อย ดื่มน้ำเท่าไหร่ก็ยังไม่หายกระหา
  • หิวบ่อยแต่น้ำหนักกับลดลง เนื่องจากร่างกายนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานไม่ได้ จึงย่อยสลายพลังงานจากไขมันและโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้แทน
  • อ่อนเพลีย เนื่องจากน้ำตาลไม่สามารถถูกดึงเข้าไปในเซลล์ต่างๆของร่างกายได้ เพราะไม่มีอินซูลิน ทำให้น้ำตาลยังคงอยู่ในกระแสเลือด เซลล์ร่างกายจึงขาดพลังงาน ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่ายและร่างกายทรุดโทรมลงเรื่อยๆ
  • มีอาการเหน็บชา หรือมีอากการเหมือนเข็มทิ่มบริเวณเท้า เนื่องจากน้ำตาลในกระแสเลือดที่สูงทำลายระบบประสาท
  • การคันตามผิวหนังหรือผิวแห้ง
  • การติดเชื้อบ่อยขึ้น เช่น การเกิดเชื้อราบริเวณช่องคลอดของผู้หญิง
  • แผลหายช้า
  • ตาพร่ามัว หรือ ระดับสายตาเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยๆ เนื่องจากความไม่คงที่ของระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้น้ำซึมเข้า-ออกเลนส์ตา ถ้าน้ำซึมเข้าเลนส์ตา ทำให้มีอาการคล้ายคนสายตาสั้น

ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมักเสียชีวิตจากการเกิดโรคแทรกซ้อน โรคแทรซ้อนที่พบมาก เช่น

  • โรคทางตา เนื่องจากน้ำตาลทำให้หลอดเลือดเปราะ แตกได้ง่าย ทำให้เกิดการรั่วซึมของ เลือด ไขมัน และสารที่อยู่ในเลือด ส่งผลให้จอประสาทตาบวม ผู้ป่วยจึงมีภาวะตาพร่ามัว จอตาเสื่อม และตาบอดในที่สุด
  • โรคไต เนื่องจากไตทำหน้าที่ควบคุมระดับสารอาหารที่ดีในเลือด และขับของเสียออกมาทางปัสสาวะ น้ำตาลนับเป็นสารอาหารที่ดี เมื่อมีปริมาณที่มากไตจึงพยายามดูดเก็บไว้ให้มากที่สุดที่จะทำได้ ทำให้ไตทำงานหนักต่อเนื่อง นำไปสู่ภาวะไตเสื่อม และ ไตวายในที่สุด
  • โรคทางระบบประสาท หลอดเลือดที่มาเลี้ยงเส้นประสาทปลายมือและเท้า ผิดปกติ ทำให้เส้นประสาทไม่สามารถนำความรู้สึกต่อไปได้ เมื่อเกิดบาดแผลจึงไม่รู้ตัวและไม่ได้ดูแล อีกทั้งปริมาณน้ำตาลในเลือดที่สูงอันเป็นอาหารชั้นดีสำหรับเชื้อโรค ทำให้แผลลุกลายจนต้องตัดอวัยวะนั้นทิ้ง ในผู้ชายอาจทำให้มีอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ ชั้นของน้ำตาลและไขมันพอกอยู่ทำให้เส้นเลือดทั่วร่างกายเสื่อมและมีขนาดแคบลง ส่งผลเสียต่อการไหลเวียนของเลือด หัวใจจึงทำงานหนักขึ้นส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนล้า ก่อให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด และ กล้ามเนื้อหัวใจตาย
  • โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวานทำให้หลอดเลือดทั้วร่างกายแข็งได้ง่าย แต่ถ้าเกิดที่สมอง ก็อาจทำให้เป็นอัมพาต อาการเบื้องต้น คือ มีอาการแขน ขาอ่อนแรง ใบหน้าชาครึ่งซีก พูดกระตุกกระตักหรือพูดไม่ได้เป็นบางครั้ง เดินเซ ปวดศรีษะอย่างรุนแรง เป็นต้น

คนไทยส่วนใหญ่เป็นโรคเบาหวานมากถึง 2-3 ล้านคน และมีแนวโน้วเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวานมักจะไม่รู้ตัวว่าเป็น เนื่องจากการไม่แสดงอาการของโรค จนเกิดโรคแทรกซ้อนหรือมีอาการของโรคที่รุนแรงขึ้น ทำให้ยากที่จะรักษาให้หายได้ การหมั่นสังเกตุอาการและตรวจสุขภาพอยู่เป็นประจำ สามารถทำให้เราตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะต้นๆ ทำให้ง่ายต่อการรักษาคะ