โรคไต ไม่ใช่เรื่องเล็ก อย่ามองข้าม

เรามาทำความรู้จักไต (Kidney) กันก่อนดีกว่าคะ ไตเป็นอวัยวะที่อยู่ในช่องท้องช่วงล่าง มีสองข้าง ซ้าย-ขวา รูปร่างคล้ายเม็ดถัวแดง มีหน้าที่กรองของเสีย น้ำ และเกลือแร่ส่วนเกินจากเลือด และขับออกมาในรูปของปัสสาวะ, มีหน้าที่รักษาความปกติของน้ำและเกลือแร่ของร่างกาย, สร้างสารควบคุมความดันโลหิต (เรนิน) และ ช่วยสร้างสารกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง (อีริโทรโพอิดิน) จะสังเกตได้ว่าหากไตทำงานน้อยลงมักเกิดปัญหาความดันโลหิตสูงและโลหิตจางร่วมด้วย โรคไตสามารถแบ่งได้ 2 ชนิดคือ โรคไตวายแบบเฉียบพลัน และ แบบเรื้อรัง

โรคไต

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไต

  • กรรมพันธุ์ โรคไตที่เกิดจากกรรมพันธุ์มีน้อยมาก แต่ผู้ที่ครอบครัวมีประวัตป่วยเป็นโรคไตก็จะมีอัตราการเสี่ยงเป็นโรคไตถึง 90 % เช่น มีไตข้างเดียวหรือมีขนาดไม่เท่ากัน โรคไตเป็นถุงน้ำ (Polycystic kidney disease)
  • โรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงมีผลต่อระบบไหลของเลือดและจะทำลายเนื้อไตโดยตรง นำไปสู่เป็นโรคไตวายได้
  • โรคความดันโลหิต ทำให้เกิดโรคไตวายเรื้อรัง เพราะเส้นเลือดไปเลี้ยงไตตีบ
  • ความอ้วน คนอ้วนจะมีเมตาบอลิซึมสูงกว่าคนปกติ จึงเกิดของเสียต่างๆมากตามมา ส่งผลให้ไตทำงานหนักด้วย
  • อายุ ไตจะเริ่มเสื่อมตั้งแต่อายุ 35 ปี ยิ่งอายุมากเท่าไหร่ไตยิ่งเสื่อมตามอายุเท่านั้น
  • การรับประทานอาหาร ที่มีรสเค็มและมีโซเดียมสูง
  • ยา เช่น ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเซด NSAID เป็นยาระงับปวด ลดไข้และต้านการอักเสบ,
  • โรคต่างๆ อื่น เช่น โรคแพ้ภูมิตัวเอง , โรคเนื้องอกในไต,โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ,ติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ

การรักษาผู้ป่วยโรคไต สามารถทำได้หลายวิธี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคไตที่เป็นอยู่ หากเป็นโรคไตวายแบบเฉียบพลัน จำเป็นต้องรักษาที่สาเหตุ เช่น โรคไตที่เกิดจากนิ่ว ก็จัดนิ่วออกเสีย ในกรณีที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง การรักษาก็จะเป็นการชะลอการเสื่อมของไต เช่น ทานยาพร้อมกับควบคุมปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคไต อย่าง ความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด อาหาร หากไตไม่สามารถทำงานได้หรือเป็นไตวายระยะสุดท้าย อาจต้องทำการเจาะหน้าท้องล้างไต , ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หรือ การปลูกถ่ายไต/เปลี่ยนไต ก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา

เมื่อเป็นโรคไตแล้วควรทำอย่างไร

1. ควบคุมอาหารที่มีผลเสียกับไต เช่น

  • อาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น อาหารรสเค็ม ปลาเค็ม แฮม เบคอน ไส้กรอก อาหารดอง ขนมขบเคี้ยว เนยแข็ง ผงฟู
  • อาหารที่โพแทสเซียมสูง ผลไม้แห้งทุกชนิด ทุเรียน มะขาม น้ำลูกยอ มะเขือเทศ ผักใบเขียว หัวผักกาด กล้วย ส้ม มะละกอ เป็นต้น
  • อาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง ได้แก่ รำข้าว เนยแข็ง นมและผลิตภัณฑ์จากนม นมข้นหวาน ไข่ปลา ไข่แดง กุ้ง ปู ผลิตภัณฑ์ที่ใส่ผงฟู ถั่วเมล็ดแห้ง น้ำอัดลมสีดำ เป็นต้น
  • อาหารที่มีโปรตีนสูง เนื้อสัตว์ที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลสูง

2. ควบคุมน้ำหนัก เพราะมีผลต่อความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด
3. ความคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
4. ควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
5. พักผ่อนให้เพียงพอ หลับให้สนิททอย่างน้อย6 ชั่วโมง
6. งดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกฮอล์
7. หลีกเลี่ยงยาที่มีพิษต่อไตเช่นยาแก้ปวดข้อปวดหลัง ยากลุ่ม NSAID ยาต้านการอักเสบ ยาฒฆ่าเชื้อ กลุ่มซัลฟา ทำให้ไปตกตะกอนเป็นผลึกในท่อปัสสาวะ

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคไตเพิ่มขึ้นทุกๆปี เป็นหมื่นราย การหมั่นดูแลสุขาพ ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี หรือเมื่อมีอาการผิดปกติ สามารถลดอัตราความเสี่ยงของการเป็นโรคไตได้ การตรวจพบโรคในระยะแรกและได้รับการรักษาที่ถูกต้องจะสามารถชะลอการเสื่อมของไต ไม่ให้รุกรามจนกลายเป็นไตวายระยะสุดท้ายได้คะ