อาการอ่อนเพลียในชีวิตประจำวัน เหนื่อยล้า ไม่มีเรี่ยวแรง

0
1795

มีคนจำนวนไม่น้อยที่พบแพทย์ด้วย อาการอ่อนเพลีย  บางคนรู้สึกเหนื่อยง่าย เลยกังวลว่าตนจะป่วยเป็นโรคที่ร้ายแรง ครั้นไปพบแพทย์ก็ตรวจไม่พบความปกติใดๆ กลับมาพักผ่อนบ้างก็อาการดีขึ้น บ้างก็ยังอ่อนเพลียเหมือนเดิม อาการอ่อนเพลียที่เกิดขึ้นไม่ใช่โรคเสมอไป และอาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาในการบำบัดรักษา มาทำความรู้จักอาการอ่อนเพลียกันคะ

อาการอ่อนเพลีย

อาการอ่อนเพลียเป็นอาการทางร่างกายและจิตใจที่พบได้บ่อย ซึ่งมีทั้งเกิดจากโรคและที่ไม่ใช่โรค แบ่งได้ 3ประเภท คือ

  • อาการเหนื่อยล้าปกติจากการใช้ชีวิตประจำวัน (physiologic fatigue) มีอาการเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นเป็นปกติกับทุกคน จะมีอาการในช่วงเวลาสั้นๆ เกิดจาการพักผ่อนไม่เพียงพอ อดนอน นอนหลับไม่สนิท ทำงานหนัก มีปัญหาทางอารมณ์ เช่นความเครียด วิตกกังวล อาการจะหายไปเมื่อพักผ่อน หรือผ่านระยะความเครียดนั้นไปแล้ว
  • อาการเหนื่อยล้าทุติยภูมิ (secondary fatigue) เกิดจากการเป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ตับแข็ง หัวใจ หรือเกิดจากผลข้างเคียงของยา เช่นยาลดน้ำตาลในเลือด ยาเคมีบำบัด ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปได้หลังจากการรักษาและควบคุมสาเหตุของโรคได้
  • อาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง (chronic fatigue syndrome) คืออาการอ่อนเพลียที่เกิดขึ้นต่อเนื่องนานเกิน 6 เดือน พักผ่อนเพียงพอเท่าไรก็ไม่รู้สึกดีขึ้น และมักมีอาการอื่นเกิดร่วมด้วยเช่น ปวดศีรษะ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ฟุ้งซ่าน เป็นต้น เป็นอาการที่แพทย์ตรวจไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน อาจเกิดจากการควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุไม่ได้ เช่น ควบคุมมะเร็งไม่ได้ หรือเกิดจากไวรัสบางชนิดก็เป็นไปได้

เรามาลองดูกันว่ามีพฤติกรรมอะไรบ้างในชีวิตประจำวันที่ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย เช่น

  • ดื่มน้ำไม่เพียงพอในแต่ละวัน หากร่างกายขาดน้ำทำให้เลือดหมุนเวียนช้าลงและมีความเข้มข้นมากเกินไป ทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่เต็มที่ รวมทั้งความเร็วที่ออกซิเจนและสารอาหารจะเข้าถึงกล้ามเนื้อและอวัยวะก็ลดลง ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย
  • บริโภคธาตุเหล็กน้อยเกินไป ธาตุเหล็กทำให้เรามีพลัง คิดและจดจำสิ่งต่างๆได้ดีขึ้น เราควรบริโภคธาตุเหล็กอย่างน้อย 1ใน 4 ของอาหารในแต่ละวัน ธาตุเหล็กพบมากใน ไข่แดง เนื้อสัตว์ ธัญพืช หน่อไม้ฝรั่ง ถั่วเปลือกแข็ง
  • ไม่ทานอาหารเช้าและทานแต่อาหารขยะ อาหารขยะที่คุณทานเข้าไปทำรู้สึกเพลียตลอดวันและทำให้อ้วน เนื่องจากอาหารเหล่านี้มีแต่น้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตสูง ควรหันมาทานอาหารเช้าที่มีโปรตีนจากโฮลเกรน นม จะทำให้ร่างกายรู้สึกดีขึ้น
  • การลดน้ำหนัก ด้วยการอดอาหารหรือทานอาหารน้อยเกินไป ทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร และแหล่งที่จะนำไปสร้างพลังงานแก่ร่างกาย ส่งผลให้รู้สึกไม่สดชื่น อ่อนเพลีย
  • ไม่ออกกำลัง วิธีง่ายๆคือออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสุขภาพของตนเอง มีการวิจัยพบว่าคนที่ออกกำลังกายเพียง 20 นาทีต่อสัปดาห์จะมีอาการอ่อนเพลียน้อยกว่าคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายเลยถึง 30 เปอร์เซ็นต์
  • ทำงานหนัก จนลืมพักผ่อน อย่าทำงานจนเกิดขีดจำกัดความสามารถของคุณ แบ่งเวลามาชาร์ตพลังงานด้วยการพักผ่อน การพักผ่อนอย่างเต็มที่จะช่วยให้เราทำงานได้มีประสิทธภาพมากขึ้น สมองปลอดโปร่ง
  • การเล่นเกมส์หรือโทรศัพท์ก่อนนอน เนื่องจากไฟที่สว่างจ้าของหน้าจอ ทำให้นาฬิกาชีวิตของคุณผิดปกติ ร่างกายไม่สามารถควบคุมฮอร์โมนเมลาโทนินที่ช่วยให้การนอนหลับเป็นปกติและตื่นอย่างมีระบบได้ จึงทำให้รู้สึกง่วงและเพลียตอนตื่นนอน

สำหรับการรักษาอาการเหนื่ยล้าทั่วๆไป คือ พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในทุกๆวัน ออกกำลังกาย งดสูบบุหรี่และเครื่องดืมแอลกฮอล์ จำกัดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ลดภาวะตึงเครียด และส่วนอาการอ่อนเพลียที่เกิดจากโรคหรืออาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ผู้ป่วยควรพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาโรคที่เป็นอยู่หรืออาการที่เกิดจากโรคอ่อนเพลียเรื้อรัง

อาการอ่อนเพลีย ที่พบอยู่บ่อยๆส่วนใหญ่มักจะไม่ใช่เกิดจากโรคหรือความเจ็บป่วย แต่เกิดจากการดำรงชีวิตไม่ถูกต้อง หากเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสร้างความสมดุลต่อร่างกายและชีวิตประจำวันได้ อาการอ่อนเพลียทั่วๆไปก็จะบรรเทาลงเรื่อยๆ แก้ไขที่สาเหตุดีกว่าต้องมารักษาที่ปลายเหตุด้วยการทานยา น่าจะดีกว่านะคะ

แสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ

แสดงความคิดเห็น

NO COMMENTS