โรคอ่อนเพลียเรื้อรัง รักษาได้ด้วยอาหารที่ถูกต้อง

0
12940

เคยสังเกตุตัวเองบ้างไหมว่า มีอาการอ่อนเพลียมาเป็นเวลานาน ไปพบแพทย์ก็ยังหายสาเหตุไม่เจอ ตรวจก็ไม่พบว่าเป็นโรคอะไร ถึงแม้พักผ่อนเพียงพอก็ยังไม่หายเพลีย คุณอาจเข้าสู่โรคอ่อนเพลียเรื้อรัง ( Chronic Fatigue Syndrome/CFS) อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง เป็นภาวะที่ทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้าที่ต่อเนื่องรุนแรง เป็นเวลานานกว่า 6 เดือนขึ้นไป จนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะอาการส่งผลต่อร่างกายและจิตใจ

โรคอ่อนเพลียเรื้อรัง

เราสามารถแยกอาการที่เกี่ยวข้องได้ 3 กลุ่ม คือ ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะเกิดร่วมกับการอ่อนเพลีย เมื่อยล้าที่เป็นอาการหลักของโรค อย่างน้อย 4 อาการ

1. กลุ่มความผิดปกติทางร่างกาย เช่น อ่อนเพลีย ปวดศีรษะในลักษณะอย่างที่ไม่เคยเป็น นอนไม่หลับ เหงื่อแตกบ่อยๆ ปวดหลัง เป็นตะคริวบ่อย ชักกระตุก คันตามผิวหนัง มือเท้าเย็น ตัวชา เสียการทรงตัว เจ็บต่อมน้ำเหลืองที่คอหรือรักแร้

2. กลุ่มความผิดปกติของระบบต่างๆ เช่น ท้องอืด ปากคอแห้ง อยากของหวาน ปัสสาวะและอุจจาระผิดปกติ หายใจไม่ออก หัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นลมบ่อยๆ ไร้ความรู้สึกทางเพศ

3. กลุ่มความผิดปกติทางจิตใจ เช่น รู้สึกเบื่อหน่าย ฟุ้งซ่าน ขาดสมาธิ ลังเล สับสน ทนเสียงอึกทึกและแสงจ้าไม่ได้ ไม่ชอบเข้าสังคม โมโหง่าย ฝันร้ายบ่อย อยากฆ่าตัวตาย ความจำเสื่อม

ทางการแพยท์ยังหาข้อสรุปที่ชัดเจนของสาเหตุการเกิดโรคนี้ไม่ได้ แต่อาจเกิดจากเชื้อไวรัสหรือสารเคมี เข้าไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ทำให้เม็ดเลือดขาวส่งสารออกมาจัดการกับไวรัสเหล่านี้ สารตัวนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะอ่อนเพลีย ทำให้เม็ดเลือดขาวบางชนิดทำงานผิดปกติ หรือเกิดจากโรคอื่นๆ

แพทย์ผู้รักษาจะทำการวินิจฉัยอาการอย่างละเอียดก่อนทำการรักษา อาจจ่ายยาแก้ปวด หรือยาต้านภาวะซึมเศร้าเพื่อรักษาอาการอ่อนเพลีย และทำจิตบำบัดด้วยการพูดคุยกับผู้ป่วย ให้สามารถเผชิญปัญหาและช่วยปรับแนวความคิด พฤติกรรมของคนไข้ ส่วนด้านของผู้ป่วยเองก็สามารถดูแลรักษาตนเองควบคู่ไปได้ เช่น หากผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับ ควรปรับตัวเสียใหม่ให้เข้านอนตรงเวลาทุกวัน รู้จักแบ่งเวลาให้เหมาะสมระหว่างการทำกิจกรรมกับการพักผ่อน พักผ่อนให้เพียงพอ และควรออกกำลังกายเริ่มต้นจากท่าง่ายๆก่อน แล้วค่อยเพิ่มความหนักของกิจกรรมขึ้น หันมาฝึกการหายใจ การทำสมาธิให้จิตใจสงบ หลีกเลี่ยงความเครียด เป็นต้น

การรับประทานอาหารที่ถูกต้อง สามารถช่วยโรคอ่อนเพลียเรื้อรัง ช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้น และยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายได้ เช่น

  • ทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง เผือก ข้าวโพด ขนมปังโฮวิค ธัญพืชไม่ขัดสี เพราะจะมีค่าของน้ำตาลต่ำ ทำให้ร่างกายค่อยๆได้รับน้ำตาลและช่วยปรับระดับน้ำตาลให้สมดุล นอกจากนี้การได้รับน้ำตาลในปริมาณสูงทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเความเครียดออกมา
  • ทานผักผลไม้ในทุกมื้อ เพราะเป็นแหล่งของสารอาหารที่มีประโยชย์และมีสารพฤกษเคมีช่วยให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับอาการอ่อนเพลียเรื้อรังและอาการร่วม
  • ทานโปรตีนให้เพียงพอ เน้นไขมันต่ำ เมื่อร่างกายขาดโปรตีนทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย รู้สึกหดหู่ จากงานวิจัยพบวาผู้ขาดโปรตีนจะมีอาการปวดกล้ามเนื้อคอและหลังมากกว่าผู้ที่ได้รับโปรตีนเพียงพอ
  • ทานโกโก้และดาร์กช็อกโกแลตในปริมาณเล็กน้อยต่อวัน ซึ่งมีสารโพลีฟีนอล ซึ่งช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและลดความเครียด
  • ทานวิตามิน เช่น วิตามินซีช่วยให้ร่างกายสดชี่น อารมณ์ดี และมีอาการอ่อนเพลียน้อยกว่าคนที่ไม่ได้รับวิตามินซี ส่วนวิตามินบี ช่วยให้นอนหลับสบาย มีสมาธิ ผ่อนคลาย
  • ธาตุเหล็กและแมกนีเซียม หากขาดแร่ธาตุนี้ทำให้เนื้อเยื่อขาดออกซิเจนส่งผลให้อารมณ์หดหู่ อยากร้องไห้ และหมดแรง
  • ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้ว หากร่างกายขาดน้ำจะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย และปวดหัวได้ง่าย

อยากให้ลองสังเกตุอาการข้างต้น และพิจารณาว่าตนเองเข้าข่ายเป็น โรคอ่อนเพลียเรื้อรัง หรือไม่หรือมีอาการน่าสงสัย ควรรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที เนื่องจากอาการต่างๆของโรคนี้ มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าเรื่องงาน การเรียน ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง อย่ารอให้ชีวิตถูกทำ